นักบุญคามิลโล เด แลลลิส

...!!!ท่านนักบุญคามิลโล เด แลลิส ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ!!!...
ประวัติผู้ตั้งคณะ
เมนูหลัก
หน้าแรก
วัตถุประสงค์
คณะกรรมการมูลนิธิ
บุคลากร
โครงการมูลนิธิ
ร่วมบริจาคกับมูลนิธิ
แผนที่และเส้นทางสู่มูลนิธิ
บ้านต่างๆของคณะ
Photo Gallary
    นักบุญคามิลโล เกิดที่บุคเคียนีโก ประเทศอิตาลี ค.ศ. 1550 และท่านมรณกรรมที่กรุึงโรม
ในปี ค.ศ. 1614 หลังจากที่ท่านกลับใจโดยการดลใจของพระเจ้า ท่านได้อุทิศตนเอง
เป็นประจักษ์พยานถึงความรักของพระเจ้าในการดูแลรับใช้ผู้ป่วยคนยากจน และผู้ที่ถูกทอดทิ้ง
ท่านได้ตั้งคณะนักบวชผู้รับใช้คนป่วย (คามิลเลียน) ขึ้นเพื่อดูแลรับใช้ เอาใจใส่ต่อผู้ป่วย
คนยากจน คนที่ถูกทอดทิ้ง โรคเฉพาะคนป่วยที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็๋น
จิตตารมณ์หลัก นักบวชคามิลเลียนสวมใ่ส่ชุดนักบวชที่มีรูปกางเขนแดง ที่ติดหน้าอก
เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความรักตามจิตตารมณ์ของคณะ นักบุญคามิลโลเป็นองค์
อุปถัมภ์ของคนไข้ และผู้พยาบาลคนไ้ข้ในโรงพยาบาล

"รับใช้ผู้ป่วยโดยปราศจากการแบ่งชนชั้นวรรณะ สิ่งนี้แหละ เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า
และเป็นสิ่งที่เรามอบให้แก่พวกท่าน"

"หนทางที่ดีที่สุดที่จะนำเราไปสู่ความรอดคือ การปฏิบัติความรักและความเมตตาต่อ
ผู้ป่วยที่ยากจน"

(วาทะนักบุญคามิลโล)

ภาพวาดนักบุญคามิลโล
พวกเราคือใคร

นักบวชคามิลเลียน อุิืทิศตนเองในการรับใช้ผู้ป่วย โดยการดูแลเอาใจใส่ต่อผู้ป่วย
โดยการดูแลเอาใจใส่ต่อผู้ป่วยทั้งครบ คือร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ ด้วยความรักดุจมารดา
ที่มีต่อบุตรชายคนเดียวที่กำลังป่วยหนักอยู่

นักบวชคามิลเลียน ได้รับการศึกษาอบรมเพื่อเป็นผู้ทำหน้าที่อภิบาล ผู้ให้คำปรึกษา
นักสังคมสงเคราะห์ แพทย์ พยาบาล ฯลฯ

นักบวชคามิลเลียน มีทั้งผู้ที่เป็นพระสงฆ์และภราดา ที่อุทิศตนเองในการเป็นประจักษ์
พยานถึงความรักของพระคริสตเจ้าต่อผู้ป่วย และคนยากจน

นักบวชคามิลเลียน พร้อมเสมอในการตอบสนอง ต่อความต้องการของพระศาสนจักร
และตามสถานการณ์เร่งด่วน ในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะบุคคลที่ประสบกับความทุกข์ทรมานต่างๆ

นักบวชคามิลเลียน ทำงานด้วยความกระตือรือล้นในการรับใช้ ดูแลเอาใจใส่ต่อ
ผู้ป่วยในสังคม และให้ความเคารพต่อศักดิ์ศรีของพวกเขาเหล่านั้น

 
ประวัติศาสตร์ของคณะ
       ความคิดของนักบุญ คามิลโลในการตั้งคณะนักบวชคณะใหม่ คือ การอุทิศตนปรับปรุงแก้ไขสภาพอเนจอนาถในโรงพยาบาลทั่วๆไป โดยเฉพาะผู้ป่วยในกรุงโรมและที่อื่นๆ ให้ดีขึ้น
       คุณพ่อมารีโอ วันตี นักประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า "คนไข้เพ้อ และลุกจากเตียงเพราะต้องการความช่วยเหลือ แต่กลับหกล้มลงบนพื้นดินและเสียชีวิืต คนไข้อื่่น ที่ตัวร้อนเพราะพิษไข้และไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้ร้องขอน้ำดื่มเพื่อดับกระหาย แต่ในที่สุดก็ต้องหมดหวัง และต้องฝืนกลืนทุกสิ่งที่พวกเขาสามาุถไขว่คว้าได้ซึ่งบ่อยครั้งสิ่งที่พวกเขาได้มาคือ ของเหลวที่ไม่สะอาด"

        นักบุญคามิลโลมักจะกล่าวถึงช่วงเวลาที่ท่่านรับรู้ถึงการดลใจของพระจิตเจ้าเป็นครั้งแรกอยู่เสมอๆคืนหนึ่งเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1582 ขณะที่ท่านกำลังทำหน้าที่ในโรงพยาบาล การดลใจที่ท่านได้รับได้เปลี่ยนมาเป็นแผนงานรูปธรรม คือ ช่วยผู้ป่วยให้เป็นอิสระจากมือของผู้รับจ้างดูแลผู้ป่วย และตั้งกลุ่มผู้ชายที่มีใจศรัทธา ที่พร้อมสจะรับใช้คนเจ็บป่วยด้วยความรัก และัเมตตาธรรมเหมือนกับแมีที่กำลังดูแลลูกๆ ที่เจ็บป่วยของตน

        ในฐานะนักบวช เราปวารณาตนถือคนปฏิืญาณ 3 ประการอุทิศตนเองทั้งครบเพื่อรับใช้พระเจ้า ในฐานะสมาชิกคณะคามิลเลียน เราประกาศ คำปฏิญาณข้อที่4 ซึ่งเป็นสาระสำคัีญของชีวิตก็ตาม คำปฏิญาณนี้มีระบุไว้อย่างชัดเจนในบทถวายตัวของนักบวชของเราว่า "ข้าพเจ้าขอสัญญาต่อพระเจ้า ว่าข้าพเจ้าจะรับใช้ผู้ป่วย แม้ว่าชีวิตของข้าพเข้าจะเป็นอันตรายก็ตามโดยการถือความบริสุทธิ์ ความยากจน และความนบนอบอย่าง ครบถ้วน" ด้วยเหตุนี้งานของเราที่กระทำเพื่อประโยชน์ของผู้ที่ทนทุกข์ทรมาน จึงเป็น สาระสำคัญ ของการอุทิศตคนเป็นนักบวช และชีวิตจิตของเรา

 
ชีวิตจิตของเรามีสองมิติที่ชัดเจน
 

1. พระคริสเจ้าประทับอยู่ในผู้ที่รับใช้ผู้ป่วยในนามของพระองค์
       ในคำอุปมาเรื่องชาวสะมาริตันผู้ใจดีนั้น พระเยซูเ้จ้าทรงประกาศตนว่าพระองค์เองทรงเป็นบุคคลประเสริฐแต่เพียงผู้เดียวที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยและความเมตตาต่อพี่น้องผู้ขัดสนของตน
       มิติที่สำคัญที่สุดของชีวิตจิตคามิลเลียนของเรา คือการดำเนินภารกิจของพระเยซูเจ้าต่อไปด้วยคุณธรรมความรักและความเมตตา โดยการทำงานอภิบาลผู้ทนทุกข์ทรมานในยุคสมัยของเรา ด้วยการกระทำดังกล่าว เราก็จะสามารถเป็นประจักษ์พยานถึงความรักของพระคริสตเจ้าที่ทรงมีต่อผู้ป่วยอยู่เสมอและเป็นผู้แสดงออกซึ่งความรักของพระคริสตเจ้าต่อผู้ป่วย

2 พระคริสตเจ้าประทับอยู่ในผู้ป่วย
       มิติที่สองของชีิวิตจิตคามิลเลียนของเรามีพื้นฐานมาจากการเผยแสดงของพระเยซูเจ้าในพระวรสาร "เมื่อเราเจ็บป่วย ท่านก็มาเยี่ยมเรา"ดังนั้นเราเชื่อว่า พระเยซูเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ทนทุกข์ทรมานโดยอาศัยธรรมล้ำลึก พระองค์ทรงอยู่กับพวกเขา และทรงอยู่ในพวกเขาด้วย
       ความเชื่อของนักบุญคามิลโล ช่วยให้ท่านมุ่งไปที่การประทับอยู่ของพระคริสตเจ้า ไปจนถึงการรำพึงถึงพระคริสตเจ้าเองที่ประทับอยู่ในผู้ป่วย ในระหว่างที่รับใช้ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ท่านเคยพูดว่า "พวกเขาเป็นนายของข้าพเจ้า" และ "ข้าพเจ้าเปี่ยมด้วยความยินดี เพราะการที่ข้าพเจ้ารับใช้พวกเขา ข้าพเจ้าก็ได้รับใช้พระคริสตเจ้าเอง"

 

ปัจจุบัน

       ในปัจจุบัน การเป็นสมาชิกคามิลเลียนเรียกร้องให้เราจำลอง แบบชีวิตจิตของผู้ก่อตั้งคณะโดยนำมาปฏิบัติจริงในชีวิต เราต้องให้ความสำคัญต่อการอยู่กับประชาชนเหนือการทำงานเพื่อประชาชน เราต้องเป็นคามิลเลียนจากภายในตัวของเราก่อนที่จะทำงานแบบคามิลเลียน ในการทำภารกิจของเราด้วยกิจการทีี่เป็นรูปธรรม เราต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจิตที่ได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้า
       ท่่านนักบุญคามิลโลมุ่งเน้นชีวิตจิตของท่านตามพระวรสาร ตามพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นชาวละมาริตันผู้ใจดี และท่านได้เผยแผ่ชีวิตจิตของพระัคริสตเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตานี้ให้กระจายไปทั่วสถาบันของท่าน พระธรรมนูญในหลายๆ ข้อเตือนเราให้อุทิศตนเลียนแบบนักบุญคามิลโลผู้ก่อตั้งคณะของเรา ผู้ที่ได้รับการเลือกสรรจากพระเจ้าให้รับใช้ผู้ป่วยด้วยความ พากเพียรและเมตตาธรรม และสอนผู้อื่นให้รู้จักหนทางในการรับใช้พวกเขาด้วย
       สำหรับเราแล้ว วิถีชีิวิตและชีวิตจิตผู้ก่อตั้งคณะุืถือเป็นจุดยึดและคำตอบในสถานการณ์ของยุคสมัยของเรา และเป็นบ่อเกิดแห่งการฟื้นฟูภารกิจของสมาชิกคามิลเลียนตามความต้องการในยุคสมัยของเรา
       ดังนั้น ในยุคสมัยของเรานี้ งานอภิบาลในรูปแบบใหม่ๆ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประโยชน์ของผู้ที่ทนทุกข์ทรมาน เพราะพวกเขามีปัญหาความยากจน และความเจ็บป่วยทางสังคมรูปแบบใหม่ๆด้วย เช่น การติดยาเสพติด เอดส์ ฯลฯ
บทสรุป
      นับตั้งแต่คณะนักบวฃคามิลเลียนเข้ามาทำงานในประเทศไทยวันเวลาผ่านไปแล้ว 50 ปี แต่พันธกิจที่เราทำเพื่อประโยชน์สุขของผู้ป่วยและผู้ขัดสน ยังคงเป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แม้การเตรียมตัวเพื่ออนาคตที่ดีที่สุด จะหมายถึงการดำเนินชีวิตตามการอุทิศตนเป็นนักบวชของเราอย่างซื่อสัตย์ก็ตาม กระนั้นก็ดี ความซื่อสัตย์นี้ต้องเป็นไปอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความกล้าหาญ และความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมเราที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

  หนทาง ความจรีิง และชีิวิต สู่ปัจจุบัน
 

  คามิลโล เด แลลลิส ได้รับการสถาปนาจากพระศาสนจักรใ้ห้เป็นนักบุญองค์อุปถัุมภ์ผู้ป่วย ผู้ที่ทำงานกับผู้ป่วยในโรงพยาบาล และผู้อุปถัมภ์ผู้ป่วยทหาร เพราะคุณความดีของท่านที่ท่านดำเนินชีวิตเลียนแบบฉบับพระเยซูคริสต์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเน้นแบบฉบับของการดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วย ผู้ทุกทรมานและผู้ที่ถูกทอดทิ้งในสังคม รูปแแบของพระเยซูคริสต์๋ในบริบทนี้่ ปรากฏออกมาชัดเจนเป็นรูปธรรมด้วยท่าที พฤติกรรม วาจาของท่านักบุัญคามิลโลอย่างเต็มเปี่ยม "เห็นท่าน เหมือนได้เห็นเทวดาน้อยๆ" พระเป็นเจ้าทรงเรียกและใช้ท่านนักบุญคามิลโลเป็นเครื่องมือที่มีชีวิตของพระองค์ ในการประกาศข่าวดีถึงพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้า ในแวดวงความทุกข์ทรมานด้วยความริเริ่มของพระองค์และทรงรับรองการเรียกนี้ว่ากิจการของพระองค์เอง "จงมุมานะต่อไป นี่ไม่ใช่กิจการของเจ้า แต่เป็นกิจการของเราเอง" ท่านเองก็ได้ริเริ่มด้วยการตอบสนองกการเรียกนี้ สองความริเริ่มมาบรรจบพบกันได้เกิดประกายพลัง "รักและรับใช้" ขึ้นมา